
กำลังการผลิตเหล็กส่วนเกิน (Excess Capacity) ของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะ 745 ล้านตัน ภายในปี 2028 ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมเหล็ก และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ผลิตเหล็กที่ดำเนินงานตามกลไกตลาดทั่วโลก ตามรายงาน OECD Steel Outlook 2026 ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026
รายงานระบุว่า กำลังการผลิตเหล็กทั่วโลกในปี 2525 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.445 พันล้านตัน นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน แม้ว่าความต้องการใช้เหล็กทั่วโลกจะหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ก็ตาม
ผลจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตในขณะที่อุปสงค์ชะลอตัว ทำให้กำลังการผลิตส่วนเกินทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 640 ล้านตันในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าปริมาณการผลิตเหล็กรวมของประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่ทั้งหมดมากกว่า 200 ล้านตัน
OECD เตือนว่า ช่องว่างที่ขยายตัวระหว่างกำลังการผลิตและความต้องการใช้เหล็ก จะส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization Rate) ของอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกลดลงเหลือ 74% หรือต่ำกว่า ภายในปี 2028 จากระดับ 76% ในปี 2025 ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันด้านผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไรของผู้ผลิตเหล็กทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังมีแผนการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กทั่วโลกอีก 138.8 ล้านตัน ภายในปี 2028 หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 5.7% เมื่อเทียบกับระดับกำลังการผลิตในปี 2025 โดยการขยายกำลังการผลิตส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในประเทศนอกกลุ่ม OECD
---- S&P Global Commodity Insights